Home » ธุรกิจออนไลน์ » 5 เทรนมาแรงสำหรับการทำ ONLINE MARKETING ในปี 2015

5 เทรนมาแรงสำหรับการทำ ONLINE MARKETING ในปี 2015

ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตและสื่อดิจิตอลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเรียกว่าเกือบจะตลอดเวลาเลยทีเดียว การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิตอลนั้นทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำการตลาดในปัจจุบันด้วย ในขณะที่กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ ก็เริ่มมีการทำตลาดน้อยลง นักการตลาดหลายคนหันมาให้ความสำคัญต่อการทำการตลาดผ่านสื่อดิจิตอลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเรามาดูกันว่าเทรนสำหรับการตลาดออนไลน์ในปี 2015 จะไปในทิศทางไหนได้บ้าง

Online-Marketing-1

1. การทำ Content Marketing จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น และน่าจะมีความสำคัญสูงขึ้นกว่าเดิม    
     นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่องค์กรส่วนใหญ่จะหันมาให้ความสำคัญต่อการทำ Content มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเกิดความไว้วางใจต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา การทำ Content Marketing จะช่วยให้บริษัทหรือผู้ประกอบการสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องระหว่างเรากับผู้บริโภคได้ รวมทั้งทำให้กลุ่มเป้าหมายของเราเกิดความภักดีต่อแบรนด์เรา การทำ Content Marketing นั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกันซึ่งเราได้มีการอธิบายไว้แล้วใน การทำ Content Marketing
     ยิ่งเราเป็นแบรนด์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคมากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์และความภัคดีจากผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์เราก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ และแบรนด์ของเราก็จะไปอยู่ในใจของผู้บริโภคในที่สุด

     2. Social Media Marketing จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
     ดูเหมือนว่าสื่อสังคมออนไลน์ใหม่ๆ จะปรากฏขึ้นมาอยู่ตลอดเวลาและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ยังเอื้อำนวยให้กับผู้ประกอบการต่างๆ สามารถทำการตลาดได้อีกด้วย ที่ช่วยให้สามารถผลิต Content ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเช่นรูปแบบ VDO, รูปภาพ และบทความ เป็นต้น
     จึงหลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกอบการหลายเจ้าหันมาทำการตลาดบนสื่อ Social Media มากยิ่งขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากขึ้น และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแก่กลุ่มเป้าหมายโดยผ่านช่องทางนี้

     3. Content บน Smartphones และ Tablets จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
     เนื่องจากการแพร่หลายและเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้ Smartphones และ Tablets จึงทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องหันมาให้ความสนใจต่อการทำเว็บไซต์ที่สามารถรองรับบน Smartphones และ Tablets ได้ หรือการสร้างเนื้อหาที่สามารถเข้าถึงการรองรับของ Smartphones และ Tablets
     หากเราไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจจะเสียลูกค้าที่ใช้ Smartphones และ Tablets ให้กับคู่แข่งของเราที่เค้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกว่า และแนวโน้มการใช้ Smartphones และ Tablets ยังมีมาขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความสำคัญบนคอมพิวเตอร์ก็เริ่มลดน้อยลง

     4. กลยุทธ์การทำโฆษณาที่ตอกย้ำลูกค้าให้เข้ามาใช้ซ้ำ จะมีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
     Retargeting หรือกลยุทธ์การทำโฆษณาที่ตอกย้ำลูกค้าให้เข้ามาใช้ซ้ำนับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดในการกระตุ้นให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการบนเว็บไซต์ของเราอีกครั้ง โดยมีกระบวนการดังนี้คือ เมื่อมีผู้บริโภคเข้ามาสู่เว็บไซต์ของเราแล้วก็จะมีการเก็บข้อมูลของคนๆ นั้นเอาไว้ จากนั้นเมื่อผู้บริโภคไปใช้บริการเว็บอื่นๆ ที่มีการลงโฆษณากับทาง Google ไว้ ผู้บริโภคก็จะเห็น Banner หรือ การโฆษณาของเว็บไซต์เรา เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจและกลับเข้ามาใช้บริการบนเว็บไซต์ของเราอยู่บ่อยๆ
     สำหรับวิธีการนี้มันค่อนข่างจะมีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน เพราะการย้ำแบรนด์บ่อยๆ จะมีผลต่อผู้บริโภค จากการศึกษาทางจิตวิทยาได้แสดงให้เห็นว่าการการย้ำแบรนด์จะสร้างความไว้วางใจและทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น

     5. SEO และ กระแสทางSocial จะยิ่งผสานรวมเข้าด้วยกันเรื่อยๆ
     ถึงแม้ว่า ช่องทาง Social จะไม่ได้มีน้ำหนักและแนวทางเดียวกันกับลิงค์ภายในโดยตรง แต่เราจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ช่องทางSocial มีส่วนสำคัญในการช่วยในเรื่องของการ SEO ในปัจจุบัน และทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของSEO โดยเป้าหมายหลักของ Google และ เซิร์จ เอนจิ้นอื่นๆ ก็คือ การให้ผู้ใช้งานได้รับผลการค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด และมีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งเข้ากับในเหตุผลที่ว่า “ทำไมถึงให้ความสำคัญในส่วนของจำนวนการแชร์ของโพสในบล็อก บทความ หรือสินค้า”ยิ่งมีจำนวนคนแชร์เนื้อหาหรือสิ่งต่างๆ มากเท่าไหร่ สิ่งนั้นจะมีคุณภาพมากยิ่งขึ่น และอันดับจะเพิ่มสูงขึ้นในส่วนของผลการค้นหาของเซิจเอนจิ้น
     นอกเหนือจากนี้ การแชร์ใน Social สามารถเรียกได้ว่าเป็น สแตมป์ที่ได้รับการอนุมัติ (เป็นสัญญาณที่น่าเชื่อถือ) สำหรับผู้เข้าชม ซึ่งถ้าผู้เข้าชมเห็นว่ามีการแชร์เป็นร้อยหรือเป็นพันแชร์ สิ่งๆ นั้นจะต้องมีค่า นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ว่า ทำไมธุรกิจต่างๆ สนใจที่จะติดตั้งปลั๊กอิน การแชร์ทางsocial และให้ผู้บริโภคและผู้ใช้งาน แชร์สิ่งนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับนักการตลาดหรือผู้ประกอบการอย่าลืมที่จะนำเทรนการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2015 ไปปรับใช้กันนะคะ

ที่มาของบทความ : blog.uptopromo.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM