Home » ประวัติคนรวย » จอห์น พอล เดอโจเรีย

จอห์น พอล เดอโจเรีย

john1‘คนที่ประสบความสำเร็จ ทำทุกอย่างที่คนล้มเหลวไม่ต้องการทำ’ จอห์น พอล เดอโจเรีย จอห์น พอล เดอโจเรีย

เรื่องราวของยาจกสู่มหาเศรษฐีเป็นตัวอย่างความฝันของชาวอเมริกัน เขาดิ้นรนและเพียรพยายามกับทุกๆ โอกาสที่ผ่านเข้ามา ไม่เพียงมุ่งหวังในความสำเร็จ แต่ปรารถนาที่จะแบ่งปันความสำเร็จไปยังผู้อื่นด้วย เขารู้ดีว่าการตกเป็นเบี้ยล่างนั้นเป็นอย่างไร และมุ่งมั่นที่จะช่วยผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในการเอาชนะความท้าทายและประสบความเร็จอย่างเต็มศักยภาพ

จอห์น พอล เดอโจเรียเกิดที่ เอคโค พาร์ค (Echo Park) ใกล้เมืองลอส แอนเจลลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ลูกชายของผู้อพยพจากอิตาลีและกรีซคนนี้ได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของการทำงานหนักในเบื้องแรกของชีวิต แม่ของจอห์นเลี้ยงดูเขามาเพียงลำพังตั้งแต่เขามีอายุเพียงสองขวบ จอห์น พอล และพี่ชายตื่นนอนตั้งแต่ตีสามเพื่อพับและจัดส่งหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการช่วยเหลือครอบครัว ในขณะที่ทั้งคู่เพิ่งเรียนในชั้นประถม

john2หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายและร่วมปฏิบัติงานในกองทัพเรือสหรัฐ จอห์น พอลทำทุกอย่างที่จะช่วยให้เขามีรายได้พอประทังไปได้ เขาขายเอนไซโคลพีเดีย เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องบันทึกตามคำบอก และประกันภัย จากนั้นไม่นานเขาได้แต่งงานและใช้ช่วงชีวิตหลังแต่งงานเพียงสั้นๆ ในที่สุดเขากลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับผิดชอบลูกชาย 1 คน เขารับจ้างทำงานจิปาถะทุกประเภทเพื่อให้มีรายได้เดือนชนเดือน เช่น ภารโรง ปั๊มน้ำมัน ขับรถบรรทุกพ่วง และซ่อมจักรยาน

นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความพยายามของจอห์นในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ และเย่อหยิ่งเกินกว่าจะร้องขอความช่วยเหลือ เขากลายเป็นคนไร้บ้านครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงเวลาเหล่านั้น จอห์นเก็บขวดโค้กและกระป๋อง นำไปขายแลกเงินได้เพียงเล็กน้อย เพื่อนำไปซื้อมันฝรั่ง ข้าว ซีเรียล มักโรนีและชีส หรือซุปกระป๋อง แต่ไม่ว่าเขาจะพบความลำบากและเรื่องท้าทายมากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยยอมแพ้

john3ในที่สุด โชคชะตาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาได้รับข้อเสนอให้ทำงานในตำแหน่งพนักงานการตลาดกับนิตยสารไทม์ และใช้เวลาเพียงไม่นานจอห์นได้รับตำแหน่ง Circulation manager ที่เมืองลอส แอนเจลลิส ต่อมาในปี 1971 เขารู้ว่าเขาได้พบสิ่งที่ต้องการแล้ว เมื่อตอบรับเข้าร่วมงานกับ Redken Laboratories บริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อร้านทำผมของสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ด้วยเงินเดือนเริ่มต้นเพียง 650 เหรียญ

จุดเปลี่ยนที่แท้จริงมาถึงเมื่อจอห์นร่วมมือกับเพื่อนของเขา พอล มิทเชล นักออกแบบทรงผมที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา ทั้งสองได้ร่วมกันตั้งบริษัท โดยกู้เงินจากธนาคารเป็นจำนวน 750 เหรียญ เพื่อแนะนำโลชั่นที่ปฏิวัติการจัดแต่งทรงผม ภาพที่รู้จักกันดีในปัจจุบันคือภาพขาวดำของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากในช่วงนั้นยังไม่มีหมึกสี หลังจากมิทเชลเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนในปี 1989 เดอ โจเรียได้ตัดสินใจทำธุรกิจต่อไปเพียงลำพัง และได้เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น John Paul Mitchell Systems

john4จอห์นกล่าวว่า บริษัทโชคดีที่สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากในปีแรกมาได้ เขาเล่าให้ฟังว่าบริษัทเกือบจะล้มละลาย บางทีอาจจะถึง 50 ครั้งในปีแรก ในตอนนั้นบริษัทมีเพียงตู้ไปรษณีย์และเครื่องตอบรับอัตโนมัติที่ใช้เสียงของหญิงสาวที่มีสำเนียงอเมริกันเท่านั้น เพื่อจะแสดงว่ามีสำนักงานอยู่จริง

แต่หุ้นส่วนคู่นี้มีกลยุทธ์ความสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร จอห์นและมิทเชลเดินทางไปทั่วเพื่อนำสินค้าไปสาธิตให้เจ้าร้านทำผมได้ดูโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และรับรองกับเจ้าของร้านว่าเขาจะต้องขายสินค้าได้แน่นอน แต่หากว่าขายไม่ได้ เจ้าของร้านสามารถนำสินค้าที่ขายไม่ออกเหล่านั้นมาแลกเงินคืนได้ทั้งหมด นับเป็นครั้งแรกในวงการดูแลเส้นผมซึ่งในที่สุดได้นำพาให้ John Paul Mitchell Systems กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา

john5ด้วยการอุทิศตัวในการสนับสนุนให้โลกสะอาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทุกคน เดอ โจเรีย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Goodwill Ambassador ประจำปี 2009 จาก Intergovernmental Renewable Energy Organization (IREO) ที่องค์การสหประชาชาติ โดยรางวัลนี้เพื่อให้เกียรติในความพยายามของจอห์น ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สะอาด และสำหรับวิสัยทัศน์ของเขาในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและรุ่นต่อๆ ไป

ปัจจุบัน เดอ โจเรีย ยังคงรักษาการอุทิศตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงของ John Paul Mitchell Systems เอาไว้ และจากชีวิตที่ต้องดิ้นรนในช่วงแรกของเขา ส่งผลให้เกิดภารกิจเหล่านี้ขึ้น เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโครงการกุศลอย่างลึกซึ้ง เขาใช้เวลาและเงินไปในหลากหลายภารกิจ ส่วนใหญ่ เดอ โจเรียจะมุ่งไปที่โครงการอาหารเพื่อเด็กแอฟริกา (Food4 Africa) ซึ่งมีเป้าหมายว่าอย่างน้อยจะต้องมอบน้ำแร่ 1 ขวด หรือ อาหารที่มีวิตามินให้เด็กๆ 1 มือต่อวัน เดอ โจเรียยังได้ร่วมทำงานกับ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ในการดำเนินการเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ในเด็ก และให้เด็กในพื้นที่ชนบทได้รับอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสมด้วย เมื่อสองสามปีก่อน เขาได้มีส่วนร่วมในมูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิต (Education for Life Foundation) ซึ่งให้การช่วยเหลือและสนับสนุนหญิงสาวชาวไทยให้พ้นจากการทำอาชีพขายบริการเขายังได้เข้าร่วมกับ ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson), แบรด พิทท์ (Brad Pitt) และ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ในมูลนิธิ Mineseeker ที่ทำงานค้นหาและเก็บกู้กับระเบิดในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วโลก เดอ โจเรียยังได้บริจาคเงินหลายล้านดอลล่าร์เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ เขาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ Waterkeeper Alliance ร่วมกับ Bobby Kennedy Jr. เพื่อทำงานด้านระบบการทำความสะอาดน้ำ และระบบนิเวศน์สุขภาพเพื่อชุมชนทั่วสหรัฐ

john6การใช้ชีวิตอยู่ด้วยปรัชญาที่ว่า “ความสำเร็จที่ไม่แบ่งปัน เท่ากับ ความล้มเหลว” บวกกับพรสวรรค์และสิ่งที่เขาทำมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความสำเร็จจะเดินทางมาหาเขา โชคชะตาเปิดโอกาสให้เขาได้แบ่งปันผลแห่งความสำเร็จ ด้วยการท้าทายและสร้างแรงบันดาลใจกับผู้คนรอบข้าง เขากล่าวว่า “การกระทำใดๆ ก็ไม่มีค่า นอกจากสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข” “พระเจ้าปรารถนาให้เรา ทำกับผู้อื่นเหมือนที่ผู้อื่นทำกับเรา” และ“กฎทอง คือ การรู้ว่าคุณได้ทำอะไรดีๆ เพื่อผู้อื่น...คือ สิ่งอัศจรรย์ ที่ทุกคนมองหา

Until next time, take care and all the best from PitchYourTalent.com

Best Regards,
Lina.T

Resources:
http://www.cnbc.com/id/33603424/
http://www.islandconnections.com/edit/dejoria.htm

ขอขอบคุณ แหล่งที่มา :

http://careers.jobstreet.co.th/talent-of-the-month/340-จอห์น-พอล-เดอโจเรีย 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM