Home » ประวัติคนรวย » ทอม ซากี เจ้าพ่อขยะ

ทอม ซากี เจ้าพ่อขยะ

tom1“เมื่อเรามองเห็นถึงความล้ำยุคและไอเดียของสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น นั่นล่ะ ผมจึงหยุดมองขยะว่าเป็นของไร้ค่าแต่เริ่มมองขยะว่าเป็นสินค้าที่ขายได้” – ทอม ซากี

เราทุกคนล้วนต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่จุดประกายไอเดียให้เราลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ทอม ซากีเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ได้เห็นความสำเร็จในการใช้ไส้เดือนลายเสือสีแดงเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เขาคิดว่าเขาน่าจะสามารถทำให้การผลิตและจำหน่สยสินค้าที่เขาเรียกว่า มูลหนอน กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าขึ้นมาได้ ทอม ซากี อายุ 30 ปี เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ เทอรร่า ไซเคิล (Terracycle) บริษัทผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ที่นำมารีไซเคิล เขายังได้รับยกย่องว่าเป็น ซีอีโอที่ดีที่สุดที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จากนิตยสารอิงค์ (Inc. Magazine) ในปี 2006 เอาชนะเจ้าพ่อเฟซบุคอย่างมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์คไปได้

tom2ทั้งซากีและเทอราไซเคิลมาถึงจุดนี้ได้ด้วยเส้นทางที่วกวน ทอมเกิดที่ฮังการีภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ในปี 1986 เมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ หลังเหตุการณ์ระเบิดที่เชอร์โนบิล เขาและครอบครัวได้อพยพมายังโตรอนโต เขาสามารถใช้ภาษาเฟลมมิช ฝรั่งเศส ดัตช์ และฮังกาเรี่ยนได้ดี และต้องพยายามมากในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ไม่นานเขาก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีและยังสามารถโน้มน้าวให้พวกผู้ใหญ่มาลงทุนกับเขาได้

เขากล่าวว่า พ่อและแม่ของเขาไม่เคยบอกว่า “ไม่ได้” แต่จะคอยสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำ คติประจำใจของทอมคือ ถ้าคุณจะทำอะไรสักอย่าง จงทำให้มันใหญ่ และไม่ว่าจะมีใครช่วยเหลือคุณหรือไม่ คุณก็ต้องลงมือทำให้ได้อยู่ดี

ในปี 2002 ขณะที่ซากีเป็นน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เขาได้ยินเรื่องราวการค้นพบของเพื่อนของเขา คือ ถ้าให้อาหารที่เป็นขยะอินทรีย์แก่ไส้เดือน ไส้เดือนเหล่านั้นจะผลิตปุ๋ยที่ให้ประโยชน์มากกับพืช และด้วยความหลงใหลในคอนเซปท์นี้เอง ซากี ลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันในขณะเรียนชั้นปีสอง เพื่อเปิดตัวบริษัทซึ่งก็คือ เทอราไซเคิลในปัจจุบัน ซากีจ่ายเงินให้นักประดิษฐ์ในฟลอริดาเป็นจำนวน 20,000 เหรียญ เพื่อเครื่องมือที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนหลายล้านตัวและเริ่มเลี้ยงไส้เดือนเหล่านี้ด้วยเศษอาหารจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เขายอมรับว่าเขาไม่เคยไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยกับการต้องให้เศษอาหารกับไส้เดือนเหล่านี้ทุกวันวันละ 150 ปอนด์บาร์เรล

tom3ซากีตัดสินใจจะขายปุ๋ยที่ผลิตขึ้นเองภายในบ้านนี้ออกไป เขาบรรจุปุ๋ยลงในถุงกระดาษและนำไปเสนอขายให้กับร้านทำสวน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดีแต่กลิ่นของสินค้าของเขายังเป็นปัญหาอยู่ ซากีรู้ดีว่าเขาไม่มีเงินพอที่จะออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ให้กับมูลหนอนที่มีมูลค่าของเขาได้ และสิ่งนี้นำมาสู่การพัฒนาและค้นพบที่ยิ่งใหญ่ครั้งที่สองของเขา ในเมื่อสินค้าของเขามาจากสิ่งของที่เหลือใช้แล้วทำไมบรรจุภัณฑ์ของมันจึงจะเป็นของที่เหลือใช้แล้วไม่ได้? ซากี ได้พัฒนาสินค้าโดยการนำปุ๋ยมูลหนอนมาผสมกับน้ำเปล่า จากนั้นผ่านกระบวนการเพื่อให้เหลือแต่ของเหลวที่อุดมไปด้วยสารอาหาร จากนั้นบรรจุลงในขวดโซดาเปล่าที่ใช้แล้ว จากนั้นก็ปิดฝาด้วยจุกสเปรย์ที่ใช้แล้ว

เพื่อรวบรวมขวดเปล่าให้ได้มากที่สุด ซากีได้เชิญชวนให้โบสถ์และโรงเรียนมาเข้าร่วมใน “กองทัพขวด” ซึ่งจะรวบรวมขวดเปล่าที่ใช้แล้วมาแลกกับเงินบริจาคเล็กน้อย ความคิดนี้ดีมากจนทำให้ซากีได้รับรางวัล Top honors จากแคมเปญ Carrot Capital Business Plan Challenge ในปี 2003 เป็นเงินลงทุนจำนวนถึง 1 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีมาก เนื่องจากในช่วงเวลานั้นซากีเหลือเงินในแบงค์เพียง 500 เหรียญเท่านั้น และแนวทางของซากีในการเพิ่มอาหารขยะอินทรีย์จำนวนมากขึ้นให้กับไส้เดือนจำนวนมากขึ้นซึ่งสามารถเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ได้จำนวนมากขึ้น และจำนวนขวดเปล่ากว่า 2.5 ล้านใบที่ชาวอเมริกันทิ้งทุกๆ ชั่วโมง ทำให้เขามีบรรจุภัณฑ์ที่เพียงพอในการบรรจุสินค้าของเขา

tom4ในปี 2007 เซธ โกลแมน ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องดื่ม Honest tea ได้ให้โจทย์แก่ซากีในการนำถุงบรรจุน้ำผลไม้ใช้แล้วที่ทำจากพลาสติกและอลูมิเนียมมารีไซเคิล ซากีใช้เวลาทั้งคืนเพื่อคิดหาวิธีการนำถุงเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ ในที่สุด ซากีได้นำถุงเหล่านี้มาผลิตเป็นกระเป๋าหิ้ว ซึ่งโกลแมนชื่นชอบไอเดียนี้มาก ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ร่วมมือกันด้านการเงิน

ในขณะที่บริษัทเติบโตขึ้น ซากีมองเห็นโอกาสอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ขยะเป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาเข้ากระบวนผลิตใหม่และได้มูลค่ามากกว่าตัวต้นฉบับของมันเองเสียด้วยซ้ำ ซากีผลิตสินค้าจากขยะเหลือใช้มากมาย จากบรรจุภัณฑ์จาขยะ มาสู่ผลิตภัณฑ์จากขยะอิเลคทรอนิคส์ จนถึงผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติก ในปัจจุบัน มีคนกว่า 19 ล้านคนทั่วโลกที่เก็บขยะเพื่อส่งให้เทอราไซเคิล และช่วยลดปริมาณขยะลงได้ถึงประมาณ 500 ล้านชิ้นในแต่ละเดือน

tom5ซากี เพิ่งซื้อบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เขากล่าวว่าเขายินดีที่จะซื้อของให้น้อยเท่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขายินดีที่จะซื้อของแพงที่ทนทานและสามารถใช้งานได้นานๆ มากกว่าซื้อของที่ต้องโยนทิ้งหลังจากผ่านไปเพียงสองสามปี

tom6สิ่งที่ไม่ธรรมดาอีกสิ่งหนึ่งของบริษัทเขาคือ โปรแกรมการฝึกงาน ซากีซื้อบ้านสไตล์วิคตอเรียนขนาด 10 ห้องนอน บนพื้นที่ใชสอย 7,000 ตารางฟุตใกล้กับโรงเรียนเทรนตัน (Trenton School) และจ้างพ่อครัวมาดูแลเรื่องอาหาร เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับนักศึกษาฝึกงานที่มาทำงานให้กับเขาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ซากีตั้งใจจะtom7กลับไปเรียนต่ออีกครั้งในสาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม หากบริษัทของเขาสามารถดำเนินไปได้เอง เขาหวังว่าจะได้กลับไปหาแดเนียล เคนแมน (Daniel Kahneman) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ จากการบุกเบิกในเรื่องของเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยพฤติกรรม

เรื่องราวของซากีทำให้เรารู้ว่ามีทรัพยากรมากมายที่คนจำนวนมากยอมจ่ายเงินเพื่อกำจัดมันทิ้ง แต่เราสามารถสร้างมูลค่าให้มันได้ และแม้ว่าธุรกิจบนกองขยะไม่ได้เป็นธุรกิจที่น่าสนใจที่สุดแต่ก็มอบบทเรียนให้เราว่า เราสามารถทำธุรกิจที่ยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการช่วยโลกใบนี้อย่างยั่งยืนได้ด้วย

 

 

Resources:

http://www.telegraph.co.uk/earth/businessandecology/recycling/7832655/TerraCycle-The-Google-of-garbage.html

http://www.triplepundit.com/2008/09/introducing-tom-szaky-ceo-terracycle-becoming-aware/

ขอขอบคุณ แหล่งที่มา :

http://careers.jobstreet.co.th/talent-of-the-month/341-ทอม-ซากี-เจ้าพ่อขยะ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM