Home » ประวัติคนรวย » กูรูเกมส์แห่งนินเทนโด “ชิเงรุ มิยาโมโตะ”

กูรูเกมส์แห่งนินเทนโด “ชิเงรุ มิยาโมโตะ”

shigeru1เด็กในยุคปี 90 ต่างต้องเคยเล่นวิดีโอเกมส์ทั้งเกมส์อาเขตและเกมส์คอนโซลกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ ซุปเปอร์มาริโอ้, ตำนานแห่งเซลด้า, ดองกี้ คอง และอีกมากมาย และบุคคลที่ทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้ก็คือ “กูรูเกมส์แห่งนินเทนโด” นามว่า ชิเงรุ มิยาโมโตะ (Shigeru Miyamoto) นั่นเอง

มิยาโมโตะ เป็นนักออกแบบและควบคุมการผลิตวิดีโอเกมส์ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ มาริโอ (Mario) ซึ่งเป็นแฟรนไชส์วิดีโอเกมส์ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายตลอดมา เขามักจะถูกเรียกว่าเป็น บิดาแห่งการเล่นวิดีโอเกมส์สมัยใหม่ และยังเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เราได้มี Nintendo DS และ Nintendo Wii ที่ยกระดับไปสู่อีกขั้นของการเล่นเกมส์ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ควบคุมการเคลื่อนไหวได้อีกด้วย

shigeru2มิยาโมโตะ เกิดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พฤจิกายน ค.ศ. 1952 บิดา มารดาของเขาเป็นชนชั้นกลางที่มีฐานะไม่ดีนัก ในวัยเด็กมิยาโมโตะไม่ได้มีของเล่นมากนัก ดังนั้นเขาจึงประดิษฐ์ของเล่นเอง โดยทำจากไม้และเชือก เขายังแสดงความสามารถให้เห็นจากการประดิษฐ์ตุ๊กตาหุ่นกระบอก และหนังสือการ์ตูนแบบพลิกได้ เขาสมมติว่ามีอาณาจักรแสนวิเศษอยู่หลังประตูบานเลื่อนในบ้านหลังน้อยๆ ที่ไม่มีทีวีของเขา

เมื่อเติบโตขึ้น เขามักจะเดินเท้าหรือขี่จักรยาน ไปเที่ยวไกลๆ ในทุ่งนาของพ่อ จนวันหนึ่งในขณะที่มีอายุ 7-8 ขวบ เขาไปพบหลุมใหญ่หลุมหนึ่งบนพื้นดิน เขากลับมาอีกครั้งในวันต่อมาพร้อมด้วยตะเกียง ตัดสินใจลงไปสำรวจในหลุมนั้นและพบว่าตนเองอยู่ในโพรงถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง มิยาโมโตะ กลับมาเล่นที่หลุมแห่งนั้นตลอดฤดูร้อนปีนั้น จากบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง มิยาโมโตะ เล่าว่าด้วยความคิดแบบเด็กๆ เขาอยากจะให้ตัวเองป่วยแบบที่ไม่มีอันตรายอะไรมากนัก เอาแค่ต้องให้นอนโรงพยาบาลทั้งวันเพื่อที่เขาจะได้มีเวลาไปทำอะไรสนุกๆ และไม่ต้องไปโรงเรียนเท่านั้น

shigeru3ในปี 1976 บิดาของมิยาโตะพาเขาไปพบกับ ยามาอุชิ ประธานของนินเทนโด ญี่ปุ่น ในการสัมภาษณ์งานครั้งนั้นมิยาโมโตะได้นำผลงานของเล่นประดิษฐ์ในวัยเยาว์ไปแสดงด้วย และงานแรกในนินเทนโดที่มิยาโมโตะได้ทำคือช่างศิลป์ โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ของเขามาถึงหลังจากที่เกมส์อาเขต เรดาร์ สโคป (Radar Scope)ที่นินเทนโดหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเป็นที่นิยมในอเมริกาล้มเหลวลง และมิยาโมโตะได้รับทำโจทย์ที่ท้าทายคือการทำเกมส์ขึ้นมาใหม่โดยใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่เดิม เกมส์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาใหม่นั้นคือ ดองกี้ คอง (Donkey Kong) ซึ่งแต่เดิมเขาออกแบบโดยอาศัยพื้นฐานเนื้อหาจากการ์ตูนป็อปอาย แต่ติดปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ ดังนั้นจึงต้องออกแบบตัวละครใหม่ โดยสร้างฮีโร่ชื่อ จั๊มแมน (Jumpman) ขึ้น และในที่สุดได้เปลี่ยนชื่อเป็น มาริโอ้ (Mario) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และต่อมาได้นำไปสู่การพัฒนาเกมส์ ซุปเปอร์ มาริโอ้ (Super Mario) และเกมส์นี้เองที่กลายเป็นเกมส์ที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในที่สุด

shigeru4มิยาโมโตะมักจะสร้างเกมส์ของเขาด้วยจินตนาการในการมองโลกครั้งเยาว์วัย เขาพยายามสร้างความพิศวงในวัยเด็กของเขาขึ้นมาใหม่เสมอ เขากล่าวว่า “ผมยังคงจดจำความรู้สึกและจินตนาการเมื่อครั้งใช้นิ้วมือไล่ไปตามโขดหินใต้น้ำและสัมผัสสิ่งประหลาดใต้น้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วในคือปลาได้อยู่เสมอ มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ผมหวังว่าเด็กๆ ในทุกวันนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์ในลักษณะนี้บ้าง แม้ว่ามันคงไม่ง่ายนัก
ในการสำรวจความเห็นจากนักพัฒนาวิดีโอเกมส์กว่า 9,000 รายเมื่อปีที่ผ่านมา ว่าใครคือ สุดยอดนักพัฒนาเกมส์ ปรากฏว่า มิยาโมโตะได้รับการโหวตสูงสุด

สิ่งที่มิยาโมโตะไม่ได้สร้างขึ้น คือบริษัทภายใต้ชื่อของเขาเอง เขาเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ในนามบัตรของมิยาโมโตะ ระบุว่าเขาคือ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดและผู้จัดการทั่วไป ในแผนก EAD ของบริษัท นินเทนโด จำกัด แต่สิ่งที่ไม่ได้ระบุไว้คือ เขาคือผู้นำทางจิตวิญญาณของนินเทนโด มิยาโมโตะกล่าวว่างานหลักของเขาที่นินเทนโด คือการเป็นนินเจนโคกาคุ (Ningen Kougaku) หรือ Human Engineering เขาเริ่มงานที่นินเทนโดในปี 1977 และไม่เคยย้ายไปทำงานที่ไหนอีกเลย

shigeru5มิยาโมโตะเป็นแบบอย่างของความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถอันโดดเด่นแค่ไหนก็ตามแ ต่เขาก็ไม่ได้รับเงินเดือนจำนวนมากมายอะไร ทางบริษัทพยายามจะให้เขาใช้รถให้สมกับฐานะที่เขามีความสำคัญต่อบริษัท แต่เขายังคงขี่จักรยานไปทำงานทุกวัน งานอดิเรกของมิยาโมโตะหลายๆ อย่างได้กลายมาเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็น Pik Min, Wii Sport และ Wii Fit ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากความสนใจในเรื่องสัตว์เลี้ยง การทำสวน กีฬากรีฑา และสมรรถภาพของร่างกายทางกายภาพ และแม้ว่าเวลาส่วนใหญ่ของนักออกแบบเกมส์จะหมดไปกับการเล่นเกมส์ แต่ในเวลาว่าง มิยาโมโตะมักจะเล่นกีตาร์และ แบนโจ (Banjo) ด้วย

ปัจจุบัน ชิเงรุ มิยาโมโตะ เขาได้รับการขนานามว่าเป็น สปิลเบอร์ค และ วอลท์ ดิสนีย์แห่งวงการวิดีโอเกมส์ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วน บางทีเราอาจจะไม่มีตัวอย่างไหนของการทำให้สิ่งที่อยู่รอบตัว พัฒนาเป็นแบบจำลองของเกมส์ที่กลายมาเป็นสินค้าได้ชัดเจน มากไปกว่าการที่มิยาโมโตะ นักสำรวจชาวชนบทที่ได้กลายมาเป็น ผู้ริเริ่มความสนุกเหล่านี้นี่เอง

ขอขอบคุณ แหล่งที่มา :  careers.jobstreet.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM