Home » ประวัติคนรวย » ดร. จิน คยู โรเบิร์ตสัน จากแม่บ้านสู่ฮาร์เวิร์ด

ดร. จิน คยู โรเบิร์ตสัน จากแม่บ้านสู่ฮาร์เวิร์ด

ดร. จิน คยู โรเบิร์ตสัน จากแม่บ้านสู่ฮาร์เวิร์ด อะไรก็ไม่สามารถเป็นข้อจำกัดความฝันของเราได้ ถ้าเราพยายามจะไปให้ถึง – ดร. จิน คยู โรเบิร์ตสัน
jin-kyu1ใครก็ตามที่มีโอกาสได้คุ้นเคยและใกล้ชิดกับ จิน คิว โรเบิร์ตสัน จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น แข็งแกร่ง มุ่งมั่น และความสามารถในการจูงใจผู้คนด้วยความเป็นผู้นำของเธอ เธอเป็นคนที่มีลักษณะโดนเด่นที่สามารถทำให้คนรอบๆ ตัวเธอ อยากที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

ชีวิตของจินเริ่มต้นด้วยเรื่องราวที่ไม่ดีนัก แต่ก็เป็นบทพิสูจน์ที่ดีถึงอานุภาพของความพยายาม จินเป็นลูกของเจ้าของโรงเตี๊ยมเล็กๆ ทั้งพ่อและแม่ของเธอไม่เคยได้เรียนหนังสือ ในช่วงวัยรุ่นตอนต้น นอกจากต้องช่วยแม่ทำงานบ้านที่ไม่มีวันจบสิ้นแล้ว เธอยังต้องดูแลน้องชายคนเล็กซึ่งเป็นเด็กพิเศษ ซึ่งการที่น้องชายของเธอป่วยนี่เองที่ทำให้แม่ของเธอหันไปพึ่งพาเหล้า ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเธอเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย แม่ของจินระบายความโกรธแค้นในโชคชะตาและตะโกนใส่จินว่า ผู้หญิงนั้นไร้ประโยชน์ และจินก็ไร้ประโยชน์ เหนือเสียงกรีดร้องของหัวใจที่แตกสลายของแม่ จินกลับได้ยินเสียงความคับแค้นใจของตัวเองดังยิ่งกว่า มันเป็นความผิดของเธอด้วยหรือที่เกิดมาเป็นผู้หญิง

jin-kyu2แม้ว่าต้องเผชิญสิ่งเลวร้ายและความกดดันอย่างมาก แต่จินก็ยังมีผลการเรียนดีเยี่ยม และพ่อกับแม่ก็ยอมให้จินได้เรียนต่อจนจบระดับมัธยมปลาย แต่ก็ไม่มีเงินมากพอที่จะส่งเธอถึงระดับวิทยาลัย จินจึงเริ่มทำงานในโรงงาน ในตำแหน่งบริกรและแม่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง จินเห็นประกาศรับสมัครแม่บ้านในอเมริกาจากหนังสือพิมพ์ เธอจึงตัดสินใจสมัครงานนั้นท่ามกลางการคัดค้านของครอบครัว

จินเล่าว่า ในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 22 ปี และพูดภาษาอังกฤษได้ไม่มากนัก เธอจึงเริ่มต้นฝึกฝนภาษาอังกฤษบางคำ อย่างเช่น สวัสดีตอนเช้า สวัสดีตอนบ่าย เชิญทางนี้ค่ะ และทานอาหารให้อร่อยนะคะ และคำเหล่านั้นได้กลายมาเป็นคำที่จินจำเป็นต้องใช้ เมื่อเธอมาถึงนิวยอร์ค ตำแหน่งแม่บ้านนั้นได้ปิดรับสมัครไปแล้ว และเธอได้งานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารยิว ที่วอลล์ สตรีท แทน และได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นพนักงานต้อนรับในเวลาต่อมา ส่วนด้านครอบครัวนั้น จินเคยได้พบและตกหลุมรักกับชายหนุ่มจากเกาหลี จนกระทั่งแต่งงานและมีบุตรด้วยกัน แต่เธอถูกสามีทำร้ายร่างกาย จึงหนีไปสมัครเข้ากองทัพและทำให้ชีวิตของเธอพลิกผันกลายเป็นพลทหารในที่สุด

jin-kyu3การฝึกขั้นพื้นฐานนั้นทรหดมาก จินเองก็ยังใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก ทั้งยังมีอายุมากกว่าทหารเกณฑ์ใหม่คนอื่นๆ เกือบ 10 ปี แต่เธอก็มุ่งมั่นจนสำเร็จการฝึกเป็นคนแรกจากทั้งหมด 200 คนในรุ่นเดียวกัน จินกล่าวว่าเธอจะยืนหยัดเพื่อเผชิญหน้ากับความอ่อนแอเสมอ แม้เธอรู้ตัวดีว่าเป็นคนกลัวความสูง แต่ก็เลือกสมัครเข้าโปรแกรมของกองทัพอากาศ ซึ่งบังคับให้เธอต้องโดดออกมาจากเฮลิคอปเตอร์

วันหนึ่ง ทางกองทัพต้องการคนมาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ต่างประเทศ และต้องการคนจากญี่ปุ่น เธอจึงสมัครขอรับงานนั้น และได้รับการปฏิเสธกลับมา แต่นั่นไม่สามารถหยุดยั้งเธอได้ เธอเดินทางไปถึงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อถามถึงเหตุผลที่ถูกปฏิเสธ และทราบว่าเหตุผลคือกองทัพกลัวว่าเจ้าหน้าที่หญิงจะต้องเผชิญกับปัญหาการไม่ยอมรับผู้หญิงอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเธอไม่เห็นด้วยกับความคิดแบบนี้และถามกลับไปว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่าเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นก็ดูถูกมาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษใช่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ ในที่สุดหลังจากใช้เวลา 1 วัน เจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนแปลงคำตัดสิน และด้วยความเพียรพยายามของเธอนี่เอง ที่ทำให้จินกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นตัวแทนกองทัพสหรัฐในการประสานงานกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น

jin-kyu4จินยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษา เธอคิดเสมอว่ากุญแจที่จะนำเธอไปสู่สิ่งที่ฝันไว้ได้ก็คือการศึกษา จินเริ่มเรียนในระดับวิทยาลัยในขณะที่ทำงานในนิวยอร์ค เมื่อทำงานกับกองทัพจินศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโท สาขาเอเชียตะวันออกศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยเน้นที่การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา เกาหลี และญี่ปุ่น

หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก เธอเริ่มได้รับเชิญให้พูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เธอกล่าวว่า “จริงๆ แล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะสามารถพูดต่อหน้าสาธารณชนได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องพูดต่อหน้าคนอื่น แม้ว่าจะเป็นแค่การสรุปเรื่องราวในกองทัพ หัวใจฉันก็จะเต้นแรงและรู้สึกประหม่ามาก จนไม่กล้าแม้แต่จะดื่มน้ำด้วยซ้ำ” แต่กระนั้นเธอก็พยายาม และพบว่าสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจยิ่งขึ้นก็คือการตอบสนองจากกลุ่มผู้ฟังนั่นเอง “ฉันพบว่ามันเป็นความรู้สึกที่แสนวิเศษมาก ฉันรักการพูดในที่สาธารณะจริงๆ”

จิน โรเบิร์ตสัน กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เธอภาคภูมิใจมากที่สุด คือการได้เลี้ยงดู “จัสมิน” บุตรสาว ซึ่งจบการศึกษาจากฮาร์เวิร์ดเช่นเดียวกัน จัสมินเดินตามรอยแม่ของเธอ และเข้ารับราชการเป็นผู้กองแห่งกองทัพสหรัฐ

ขอขอบคุณ แหล่งที่มา :

http://careers.jobstreet.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM