Home » ธุรกิจออนไลน์ » ขายของทางอินเทอร์เน็ต » 4 เทคนิคบริหารหน้าร้าน Facebook eCommerce

4 เทคนิคบริหารหน้าร้าน Facebook eCommerce

facebook-ecommerceส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ใช้ Facebook ในการขายของสักเท่าไหร่ เห็นเค้าขายของกันได้เยอะเลย ส่วนมากจะเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องสำอางต่าง ๆ ผู้หญิงชอบซื้อกันครับ ผมเห็นน้องที่ทำงานเดียวกันชอบเข้า facebook  ดูเสื้อผ้าอยู่บ่อย  ไหนๆ จะโพสต์ทั้งนี้ ต้องโพสต์บทความที่มีประโยชน์ครับ พอดีไปเจอบทความเรื่องเทคนิคการขายของบน Facebook ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย เลยนำมาฝากกันครับ

บทความนี้เขียนโดยคุณ careeralive สมาชิกท่านหนึ่งใน thaiseoboard

นับแต่การอุบัติขึ้นของ Facebook Fanpage รูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมขอท้าวความไปสมัยบุกเบิกที่การค้าขายออนไลน์ของรายย่อยทำผ่าน web forum หรือกระดานค้าขายทียุ่งเหยิงปั่นป่วนและไร้ระบบการจัดการ มาเป็น Tarad และ We Love Shopping ที่มีระบบมากขึ้นแต่ความหนาแน่นของปริมาณผู้ใช้และ customization หน้าร้านที่จำกัดทำให้หน้าร้านดูออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันและดูโหลๆ ส่วน eBay และ Amazon ไม่ต้องพูดถึง ทุกคนรู้จัก หลายคนใช้ มีค่าใช้จ่ายแฝงและกฏระเบียบมหาศาล หรือบางคนใช้ไม่ได้เพราะติดข้อจำกัดต่างๆนานาเช่น บัตรเครดิตไม่มีจึงสมัคร Paypal ไม่ได้เป็นต้น แต่พอ Facebook พัฒนาฟังชั่น Fan Page หรือปัจจุบันเรียก Facebook Page (FB Page) ขึ้นก็เริ่มมีคนอาศัยช่องทางนี้ทำการค้าขายสินค้าผ่าน FB Page โดยล่าสุดทาง Facebook ได้ปรับโฉมเป็น Time Line ที่โดนบ่นว่างงงวยในช่วงแรกๆ แต่ปรากฏว่าเจ้า Time Line นี้ที่แท้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการทำ eCommerce ผ่าน Facebook แบบเต็มหลอด เพราะมี Feature ที่เกื้อกูลการประชาสัมพันธ์สินค้ามากกว่าเดิม

นี่คือ 4 Features ที่สนับสนุนผู้ประกอบการในการใช้ Facebook ทำการตลาด

1 Cover Photo เป็นพื้นที่ใส่ภาพประจำเพจขนาดใหญ่ ตั้งใจให้โชว์แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ หรือหน้าร้านสินค้าเต็มๆ และมี Profile Picture ต่างหากแยกออกมาเพื่อใส่หน้าเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ แบรนด์สินค้าและบริษัท

2 High Light Post แต่ละโพสสามารถขยายให้เต็มครึ่งหน้า Wall ได้ เรียกว่าทำ High Light ชูจุดเด่นของโพสนั้นๆ โดยเฉพาะรูปภาพ และ วีดีโอคลิป เหมาะแก่การประชาสัมพันธ์รูปภาพสินค้าและบริการ หรือกิจกรรมของผู้ประกอบการอย่างยิ่งยวด

3 Pin Post สามารถปักหมุดโพสที่ต้องการให้แสดงไว้ด้านบนสุดตลอดกาลได้ หากมี Promotion หรือ โครงการอะไรที่ต้องการประชาสัมพันธ์หรือเรียกลูกค้ามาร่วมสนุกก็สามารถปักหมุดได้จนกว่าจะพอใจ

4 Facebook Tab กล่อง Tab ตรงขวามือบนแต่อยู่ใต้ Cover Image อีกที ตรงนั้นคือ Tab ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นได้ เช่น ทำ Landing Page หรือลิงค์กับเว็บไซต์ หรือยกทั้งหน้าเว็บมาใส่ใน Tab ก็ได้

ผมคิดว่ายังมี Feature อีกพอสมควรที่ผมไม่ได้กล่าวถึงและไม่นับระบบรายงานความเคลื่อนไหวที่เรียกว่า Page Insight report ที่ Facebook จัดทำไว้รายงานผลอย่างละเอียดให้เจ้าของ Page ใช้วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของ Page แต่ที่ผมจะมากล่าวถึงต่อในวันนี้คือเมื่อเรามี Feature แล้วเราใช้ Feature อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่ง Mind set ในการใช้ Facebook ทำ eCommerce หรือทำการตลาดก็ยังมีกลิ่นไอของการทำงานแบบ Classic Logic บางประการ และผมจะมาคุยถึงการประยุคแนวการทำงานแบบ Classic มาผสมกับเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตมาเป็น 4 เทคนิคบริหารหน้าร้าน Facebook eCommerce

1. Post like a professional
เขียนอย่างมืออาชีพนี้ไม่ได้หมายถึงเขียนแบบนักวิชาการ เขียนแบบนักภาษาศาสตร์ หรือนักวรรณกรรมสุดวิจิตร การเขียน wall post ใน FB Page คุณหยอดมุขตลกได้บ้าง สลับกันไปกับเรื่องจริงจังแบบธุรกิจ แต่เพื่อความเป็นมืออาชีพ อย่าโพสด้วยอารมณ์ อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาโพส อย่าโพสเชิงวิภากษ์ในเรื่อง sensitive

ผมเห็นเจ้าของ FB page จำนวนไม่น้อยที่โพสแสดงอารมณ์ใน page เช่น เอาลูกค้ามาบ่น วิภากษ์วิจารณ์ลูกค้า พูดจาเสียดสี คำพูดทั้งหมดที่ออกไปในทางเจาะจง เหล่านี้ไม่เป็นมืออาชีพ บางคนถึงขั้นระบายอารมณ์ลอยๆว่า “…ถ้ามาดูมาถามแล้วไม่ซื้อก็อย่ามาถาม…” อันนี้จบครับ ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย อีกกรณีคือ เอาคู่แข่งมาด่าแล้วพูดทับว่าของเราดีกว่า หรือ ถูกคู่แข่งเกทับมาก็มาตัดพ้อใน Page ให้ลูกค้าฟัง อันนี้ก็ไม่เป็นมืออาชีพ ปัญหาเหล่านี้ให้เอา Fact and Figure ออกมาคุย ผลิตภัณฑ์คุณดีอย่างไร เอาข้อมูลมาคุยให้คนรู้ แสดงข้อมูลเป็นกลางๆตามความจริงแล้วให้ลูกค้าไปเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อตัดสินใจกันเอาเอง

2. Don’t force sales
Sales and Marketing Guru ยอมรับกันมานานแล้วว่านี่มันหมดยุค Sales man แมลงสาบที่เดินเคาะประตูบ้านทั้งซอยแล้วขายเครื่องดูดฝุ่นกะหม้อรามชามไห เว็บ eCommerce แบบเดิมๆ ก็มีเยอะแล้วที่เข้าไปก็เจอรูปสินค้าเป็นแสนๆอย่าง ต่อมาถ้าใน Facebook Page ยังมีแต่ wall post ที่ท่วมท้นไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ ดูเป็น Page ไร้วิญญาณเพราะมีแต่รูปของไม่มีคนขาย... อ่ะนึกถึงคุณเดินเข้าร้านขายของแต่ไม่มีคนขายคุณจะซื้อไหมไม่กล้าซื้อหรอกไม่รู้ว่าเจ้าของร้านตายหว่า

จุดแข็งของ Facebook eCommece/Marketing คือเปิดโอกาสให้สร้าง relationship ได้มากกว่าการขาย eCommerce แบบเดิมๆอย่าง Tarad และ eBay Facebook page มีการแสดงผลแบบ real time และสามารถเข้าไป interact ระหว่างเจ้าของสินค้าและลูกค้าได้ทันที นี่คือจุดเด่นจุดแข็ง ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้อง force sales โหมฟลัดเพจด้วยสินค้าๆๆๆแล้วก็สินค้า แต่สร้าง relationship ด้วยโพสเบาๆ รูปนอกเรื่องที่น่ารักๆ สร้าง story ให้ page ที่ดูมีสีสัน น่าติดตาม ดูแล้วเจ้าของเป็นคนมีอัธยาศัย นั่นคือ feature ที่เหนือกว่าใครของการตลาดบน Facebook Page

3. Tip and Trick Post to Show you Profession
ต่อยอดจากข้อสอง คุณควรโพสคำแนะนำหรือเกร็ดความรู้สั้นๆ หรือถ้ายาวหน่อยก็ทำเป็น Facebook Notes เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณทำอยู่ เช่น ขายเสื้อผ้าก็แนะนำวันละนิดเกี่ยวกับเทคนิคดูแลผ้าแต่ละแบบ ขายกระเป๋าก็แนะนำเทคนิคการเลือกซื้อกระเป๋า การ match กับเสื้อผ้า ถ้าขายบริการต่างๆ ก็แนะนำเทคนิคการเลือกซื้อเลือกใช้บริการ อัพเดทข่าวคราวสภาวะของตลาดในธุรกิจนั้นๆ อะไรมาแรง อะไรอินเทรนด์

ข้อมูลเล็กๆน้อยๆเหล่านี้มีคุณค่ากับลูกค้าและแฟนเพจ เพราะอย่างแรกมันทำให้เขารู้สึกว่าคุณมีตัวตน ไม่ใช่เพจร้าง ไม่ใช่หุ่นยนต์ อีกข้อคือทำให้คนเห็นว่าคุณทำธุรกิจจริงจัง มีความรู้ มี skill เชื่อถือได้และยังเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ building customer relationship ไปเรื่อยๆ จริงๆในตลาดที่มีคนขายของอย่างเดียวกันเยอะๆนี้ การเลือกซื้อสินค้าและบริการหลายๆกรณีก็เป็นเพราะ relation และ confidence ที่คนมีต่อคุณมากกว่าอีกเจ้าหนึ่งนั่นเอง

4 Use your Facebook Tab
Feature นี้คนใช้น้อยมากส่วนใหญ่ไม่รู้นั่นเองว่า Facebook Tab ใช้ทำอะไร มันใช้เชื่อมต่อกับ Facebook App ต่างๆได้ โดย App ที่จะพูดถึงคือ Static HTML: iframe tabs สำหรับทำ single page เพื่อประชาสัมพันธ์หรือแจ้งเรืองใดเป็นการณ์เฉพาะเช่นทำ Welcome Page, About Page, Exclusive Sales& Promotion Page หรือจะยกทั้งหน้าเว็บไซต์มาผูกไว้ในนี้ก็ได้

หน้านี้จะมีประโยชน์และโดดเด่นกว่าหน้า About Me ที่อยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งมีขนาดเล็กมากและตกแต่งอะไรไม่ได้เลย แต่ Static HTML: iframe tabs สามารถตกแต่ง ใส่รูป ใส่วิดีโอคลิป ใส่แบบฟอร์มต่างๆได้ ใช้ทำหน้าแนะนำตัวคุณ แนะนำธุรกิจ หรือหน้าร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้หากคุณใช้บริการ Facebook Ads, ก็สามารถเลือกให้คนที่คลิ๊ก Ads เข้ามาที่หน้า Landing page ต่างๆของคุณก่อนก็ได้ กรณีผมใช้ Static HTML: iframe tabs ทำ Sales Page eBook Awakening Buddha ใน page ของผมแล้วโยงเข้าหน้า review/sample/ payment ใน blog หลักเป็นต้น ในส่วนของ Feature นี้จะเป็นมีขั้นตอนปลีกย่อยพอสมควรในการเรียกใช้งาน ปรับแต่งและจัดลำดับการเรียงของ Tab ข้อนี้แนะนันก่อนแต่รายละเอียดจะขอแยกไปเป็นอีกบทความโอกาสหน้าเพื่อความชัดเจนของเนื้อหา

ที่กล่าวมาเป็น 4 เทคนิคบริหารหน้าร้าน Facebook eCommerce พื้นฐานในแง่ของ mind set+app ให้เป็นประโยชน์ แม้จะเป็นพื้นฐาน แต่ไม่น้อยที่ถูกละเลย ผมสังเกตเห็น page ใหม่ๆที่ทำการตลาดบน facebook มองข้าม 4 อย่างนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าต้องการจะจริงจังกับงานนี้ ขอให้จูน mind set และคิดอย่างเจ้าของกิจการ ต่อให้เล็กแค่ไหน แต่มันก็คือกิจการของคุณนะครับ

แหล่งที่มา : http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,302543.0.html

คงเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้ที่เริ่มต้นขายของบนเน็ตขายของกันได้และได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้น โลกมันเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับตัวตามครับ

ขอยของออนไลน์-2
ขายของออนไลน์1
sp-Ecom
ราคาคอร์ส
ขายสินค้าออนไลน์
สอนขายของออนไลน์-11
สอนขายของออนไลน์-12
สอนขายของออนไลน์-13
สอนขายของออนไลน์-14
สอนขายของออนไลน์-15
garuntee1
สอน-ขายของออนไลน์-4
เนื้อหาในคอร์สนี้
ราคาคอร์ส
ขายสินค้าออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

Plugin by:aAM